นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ฉันไม่ได้นั่งจ้องมองผืนน้ำสีเขียวมรกตแบบนี้

การนั่งจ้องมองสิ่งที่ไม่ค่อยได้จ้องมองมันก็มักจะนำพาความทรงจำเก่าๆกลับมาเสมอๆ

แต่แทนที่ฉันจะนึกถึงผืนน้ำสีเขียวเขียวมรกตของทะเลที่ระยองครั้งล่าสุด ฉันกลับนึกย้อนไกลไปถึงทะเลที่เกาะช้าง อาจเป็นเพราะการเห็นหมู่เกาะเธาซันด์ไอส์แลนด์ ณ ตอนนี้ ทำให้ฉันนึกไปถึงเมื่อตอนนั้นที่ฉันลงเรืออย่างนี้ แล้วก็พลางคิดว่า คนที่ใช้ชีวิตอยู่กลางมหาสมุทรแบบนี้เขาใช้ชีวิตแบบไหนนะ และถ้าหากเราใช้ชีวิตอยู่บนเรือตลอดชีวิตจะเป็นยังไงกันนะ หรือถ้าหากชีวิตต้องเป็นแบบในหนังเรื่องวอเตอร์เวิลด์มันจะเป็นยังไงกันนะ 

แล้วอากาศเย็นๆที่ฉันต้องนั่งปะทะต่อสู้กับมันนี้ก็พาให้ฉันนึกไปถึงเมื่อครั้งนั่งเรือในยามเช้าอันหนาวเย็นจากแผ่นดินอิตาลีไปยังเกาะเวนิซ สถานที่ๆฉันได้ลิ้มชิมไอศกรีมรสสตรัคชิอะเตลลาเป็นครั้งแรก และโบสถ์เซนต์มาร์คอันตระการตา ที่ซึ่งฉันมารู้เอาเมื่อหลายปีต่อมาว่าเป็นแหล่งกำเนิดดนตรีแบบเวเนเชียนโพลีคอราล ความจริงการนึกถึงทะเลกับอิตาลีซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรโรมันนั้นก็ทำให้ฉันนึกถึงตำนานปรัมปราของกรีกและโรมันอย่างเทพโพไซดอน หรือเจสันกับเหล่าอาร์โกนอตส์ ใช่แล้ว เจสันที่ตามหาขนแกะทองคำนั่นแหละ เจสันที่ผจญภัยมาอย่างโชกโชนแล้วเมื่อเขานั่งพักพิงอิงเรืออาร์โกที่ผ่านร้อนหนาวมายาวนาน เสากระโดงเรือที่เก่าคร่ำนั่นก็หักลงมาทับเขาตาย 

ยิ่งนึกก็รู้สึกเสียดายทุกครั้งไปที่วีรบุรุษเหล่านี้สิ้นชีพอย่างน่าขันขื่น ไม่ว่าจะเป็นเบลเลโรฟอนที่สามารถครอบครองเพกาซัสและปราบคิเมราได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็ตายด้วยลักษณาการที่ตกลงมาจากหลังเพกาซัส หรืออย่างอะคิลลีสผู้ไร้เทียมทานที่ตายด้วยลูกธนูปักส้นเท้า แต่การตายอย่างน่าขันขื่นเหล่านั้นอาจจะไม่น่าเศร้าเท่าการมีชีวิตรอดผ่านการผจญภัยมายาวนานทั้งระยะทางและระยะเวลาแต่สุดท้ายต้องมาพบเจอเหตุการณ์อันน่าเศร้าอย่างการหวนคืนมาตุภูมิของโอดิสซิอุส หรือว่าแท้ที่จริงแล้วบทสุดท้ายของวีรบุรุษจำเป็นต้องเศร้า? อันที่จริงสำหรับฉันแล้ว ฉันว่าการเป็นวีรบุรุษผู้เศร้าสร้อยนั้นบางครั้งบางคราวก็ดูเท่ดีเหมือนกัน 

การมองไปที่วิธีการตายของวีรบุรุษสำหรับหลายๆคนแล้วอาจจะไม่สนุกเท่าดูการผจญภัยของพวกเขา ไม่ว่าการผจญภัยในท้องทะเลในตำนานที่มีโพไซดอน มีไซเรน มีลีไวอาธัน มีเรือฟลายอิ้งดัตช์แมน มีผีเสื้อสมุทร หรือจะเป็นการผจญภัยต่อสู้กับท้องทะเลตามธรรมชาติและสัตว์ทะเลที่มีอยู่จริงๆ อย่างที่ตาเฒ่าซานติอาโกต่อสู้ใน ดิโอลด์แมนแอนด์เดอะซี ของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ สำหรับฉันแล้ว ฉันว่าตาเฒ่าซานติอาโกก็นับเป็นวีรบุรุษได้เหมือนกันนะ 

ท้องทะเลในงานเขียนของเฮมิงเวย์เรื่องนี้อาจจะดูน่ากลัว แต่พอนึกถึงทะเลในงานเขียนของดอสโตเยฟสกีที่เขาบรรยายไว้ว่าเป็นทะเลสีเขียวมรกตใน ความฝันของคนวิกลจริต นั้นฉันรู้สึกว่าบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยทะเลนั้นช่างสงบสุข และเป็นสถานที่ที่น่าอยู่ตลอดไป แต่ถ้านึกถึงบางอารมณ์ของโรบินสัน ครูโซ หรือชัค โนแลนด์ ในหนังเรื่องคาสต์อะเวย์ ที่แวดล้อมด้วยสภาพเดียวกัน นายชัคคนที่ฉันคิดว่าคล้ายๆกับโอดิสซีอุสในบางแง่มุมของเหตุการณ์น่ารันทดใจที่ค้องประสบพบเจอตอนที่เขาสามารถเดินทางกลับถึงบ้านได้นั่นแหละ ถ้าคิดถึงหัวอกพวกเขาแล้ว ฉันอาจจะเกลียดทะเลอย่างที่สุดก็เป็นได้นะ 

จริงๆแล้ว ตอนที่ฉันนั่งพร่ำเพ้อถึงเร่ืองพวกนี้อยู่นั้น ฉันก็ยังไม่ได้รู้เลยว่า ในวันรุ่งขึ้นฉันจะได้ล่องแม่น้ำเพื่อไปชมเทพีเสรีภาพ บรรยากาศล่องแม่น้ำฮัดสันที่นิวยอร์คนี้คล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อกับเมื่อสักสิบห้าปีก่อนที่ฉันนั่งเรือล่องแม่น้ำแซนในกรุงปารีสที่ซึ่งมีเทพเสรีภาพอวดโฉมอยู่ เมฆหมอกที่เบียดคลุมท้องฟ้า ลมที่โหมแรง อากาศที่หนาวเย็น และฝนที่โปรยประปราย มันเกือบจะเป็นบรรยากาศเดียวกันเลย หรือว่าแท้จริงแล้วเทพีเสรีภาพมีอาถรรพ์? ถ้าหากเทพีเสรีภาพมีความศักดิ์สิทธิ์ใดๆแล้วล่ะก็ ฉันก็ไม่อยากให้เป็นอาถรรพ์เรียกฝน หากหล่อนเป็นเทพีเสรีภาพสมชื่อจริงๆล่ะก็ ฉันอยากจะวิงวอนขอเสรีภาพที่แท้จริง ใช่แล้ว เจ้าเสรีภาพที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่ค่อยจะแน่ใจนักว่ามันคืออะไรกันแน่นั่นแหละ อาจจะเป็นเสรีภาพแบบที่รุสโซอ้างอิงถึง หรือเป็นเสรีภาพในนิยามแบบของฌอง ปอล ซาตร์ หรือมันอาจจะเป็นเสรีภาพแบบที่เจ้าโจนาธาน ลิฟวิงสตัน ตัวนั้นค้นพบ ใช่ เจ้านางนวลตัวนั้นนั่นแหละ 

ความจริงตอนที่ฉันจ้องมองผืนน้ำสีมรกตที่เธาซันด์ไอส์แลนด์ ก็มีนกนางนวลบินร่อนไปร่อนมา บ้างก็บินถลาลงไปใกล้ๆผิวน้ำ ตอนนั้นฉันนึกถึงโจนาธาน ลิฟวิงสตัน จริงๆนะ เจ้านกนางนวลที่ไม่ได้บินเพื่อที่จะหาอาหารแบบนางนวลตัวอื่นๆ หากแต่บินเพื่อที่จะบิน ป่านนี้ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล อาจจะกำลังบินอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้นะ เจ้าลุดวิก ฟอน วูล์ฟกัง อีแร้ง ก็อาจจะกำลังอ่านหนังสืออยู่ และเจ้าวิญญ์ ชวาทิต เต่าทะเล ก็อาจจะกำลังพยายามสงบนิ่งอยู่ใต้ท้องทะเลที่ไหนสักที่ อาจจะเป็นท้องทะเลในตำนาน หรือท้องทะเลในโลกนี้ อาจจะเป็นท้องทะเลสีเขียวมรกต หรือท้องทะเลสีฟ้าคราม

ฉันเองก็ชอบสีฟ้าครามของผืนน้ำเหมือนกัน สีโปรดของฉันก็คือสีฟ้าหรือสีนำ้เงิน ฉันชอบระยับแดดที่ประกายอยู่บนแม่น้ำชาร์ลส์ระหว่างเมืองบอสตันกับเคมบริดจ์ ฉันชื่นชอบการมองทะเลสีฟ้าจนบางทีก็ชอบจินตนาการไปว่าแท้จริงแล้วท้องทะเลกับท้องฟ้านั้นเป็นภาพสะท้อนของกันและกัน ฉันไม่ชอบคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ประเภทอ้างอิงฟิสิกส์เกี่ยวกับช่วงคลื่นมันทำให้จินตนาการต้องกระเจิดกระเจิงและเปรอะเปื้อน มันจะผิดอะไรนักหรือถ้าหากฉันอยากจะเชื่อว่าน้ำกับฟ้ามันเป็นภาพสะท้อนกัน เหมือนที่เราทุกคนต่างเป็นภาพสะท้อนกันและกัน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผืนน้ำสีฟ้าไม่ให้ความประทับใจกับฉันเท่ากับกับผืนน้ำสีเขียวมรกต 

จะว่าไป ฉันเองก็ชอบสีเขียวแบบที่เรียกว่าอะความารีนอยู่เหมือนกัน และทุกครั้งที่นึกถึงสีเขียว ฉันก็มักจะนึกถึงเธอ อาจจะเป็นเพราะสีเขียวเป็นสีที่เธอเคยชอบกระมัง และนานๆทีมันก็ขุดเอาความภูมิใจเมื่อครั้งเก่าขึ้นมาว่าฉันค้นพบว่าเธอชอบสีเขียวก่อนที่เธอจะบอกหรือแสดงออกว่าเธอชอบสีเขียว และตอนที่เธอบอกว่าเธอกำลังเปลี่ยนไปชอบสีอื่นและกำลังเลือกอยู่ด้วยนั้นมันก็ทำให้ฉันแปลกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน 

ทว่า ความชอบนั่นเราเลือกได้ด้วยตัวเองหรือเปล่านะ? หรือมันเป็นอะไรที่สั่งสมมาด้วยสิ่งที่เราซึมซับมาจากสภาพแวดล้อมและเราประสบพบเจอ หรืออาจจะเป็นความชอบที่มีมาแต่กำเนิด? แต่ถ้านำเอาเรื่องนี้ไปถามซาตร์ ฉันเดาว่าคำตอบที่ได้ก็น่าจะเป็นอะไรประมาณว่าเรามีเสรีที่จะเลือก ถึงเรื่องบางอย่างที่เราเลือกไม่ได้เราก็ยังจะสามารถเลือกอะไรบางอย่างในสิ่งที่ไม่สามารถเลือกได้นั่น 

เอาเถิด หลายๆเรื่องฉันเองก็ลืมไปแล้วเหมือนกันว่าสิ่งที่ฉันชอบ สิ่งที่ฉันรัก มันเป็นไปเองโดยที่ไม่ได้คิด หรือคิดโดยไม่รู้ตัว หรือเป็นเพราะตั้งใจเลือก ช่างมันเถิด ยังไงก็ตามสิ่งที่รักชอบ มันก็รักชอบไปแล้วนี่ บางทีฉันก็เลยรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องไปตามหาต้นกำเนิดหรือสาเหตุว่าความรักชอบที่มีต่อทะลสีเขียวมรกต หรือที่มีต่อเธอ หรือที่มีต่อสิ่งใดๆก็ตามนั้นมันมาจากไหน ด้วยเหตุผลกลวิธีใด

  

แล้วในที่สุด ฉันก็พูดออกไป...

สิ่งที่ได้เอื้อนเอ่ยนั้น แม้พยางค์น้อยนิด ทว่าเปี่ยมล้นด้วยความหมายและความรู้สึกในปริมาณมากเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้ 

ฉันเคยเชื่อ ว่าภาษาพูดเต็มไปด้วยข้อจำกัดและไม่สามารถสื่อสารอะไรได้อย่างแท้จริง

แต่ในค่ำคืนนั้น ฉันกลับรู้สึกว่าภาษาพูดเป็นสิ่งมหัศจรรย์และมีพลังมากพอที่อย่างน้อยก็ทำให้ฉันได้ยืนยันความรู้สึกของตัวเองและกล้าป่าวประกาศอย่างตรงไปตรงมา

ไม่อ้อมค้อม ไม่มีโวหาร ไม่มีสัญลักษณ์  

คำพูดสื่อความรู้สึกทั้งหมดไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันก็สื่อให้คนอื่นได้รู้ว่าฉันรู้สึกอะไร อย่างไร  

.

.

แล้วหลังจากที่พยายามอยู่นาน

ในขณะที่เปลวเทียนวูบไหวไปมาอย่างอ้อยสร้อยอยู่นั้นเอง

 

ฉันก็ได้พูดออกไป... 

 

-------------------------------------------------------------------------------

(บันทึก: 30 มี.ค. 52)

เครดิตรูป: http://www.flickr.com/photos/cuppini/632530852 

เธอ - ฝัน

posted on 19 Jan 2010 03:18 by seta-brahms  in Notes-from-Underground

 

 

 

ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาหาฉันทุกครั้งที่คิดถึงเธอ
 
ทั้งสุขล้นหัวใจพองโต และโศกเศร้าราวหัวใจสลาย

 

ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะหันหน้ามุ่งไปยังความใฝ่ฝันเพียงเท่านั้น 

ความใฝ่ฝันที่ฉันใช้ชีวิตทุ่มเทเพื่อทำให้มันเป็นจริง
 
  
แต่แล้ว

เมื่อฉันทอดสายตามองไปยังสุดทางของความฝันนั้น

ฉันก็พบว่า
 

 

ความฝันที่ไม่มีเธออยู่ ก็เหมือนไม่ใช่ความฝัน
  

 


เมื่อไม่มีความฝัน

ชีวิตก็คล้ายว่างเปล่าและไร้ความหมาย
  

 

สายลมที่พัดผ่านเวิ้งฟ้าอันไร้ซึ่งหมู่เมฆและดวงดาวนั้นจะรู้สึกเช่นไรกันนะ?
 
 
 
(เครดิตรูป: http://farm.static.flickr.com) 

 

 

 

 

 

 

 ริมชายหาดคลื่นซัดสาดฟาดเข้าฝั่ง

 

ฉันยืนฟังเสียงดังลั่นสนั่นไหว

  

มือกำทรายหมายรับว่าจับได้

 

แต่ทำไมทรายลอดไปไม่อาจกัน

 

 

 โอ้พระเจ้า! เหตุใดเล่าไม่อาจฝืน?

 

ยิ่งยันยืนขืนเคี่ยวยิ่งเลี้ยวหัน

 

ฉันร้องครางพลางถาม ทำไมกัน ?

 

ฤาชีวิตเพียงเงาฝัน เมื่อฝันลวง 

 

 

(เครดิตรูป : http://www.joelbenjamin.co.uk) 

 

 

 

____________________

 

กลอนบทนี้แปลและเรียบเรียงมาจากบทที่สองของบทกวีที่ผมชื่นชอบที่สุดบทหนึ่งของ Edgar Allan Poe ชื่อว่า 'A Dream within a Dream ' ซึ่งเป็นบทกวีที่ยังเป็นที่ถกเกียงกันอยู่ว่าความหมายที่แท้จริงของมันนั้นคืออะไรกันแน่ เพราะเป็นบทกวีที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ให้ตีความ แม้กระทั่งอารมณ์ของบทกวีก็ยังเป็นหัวข้อให้ถกเกียงกันได้เช่นกันว่าแท้ที่จริงแล้วความหมายของมันเป็นอารมณ์เชิงบวกหรือเชิงลบ?

 

ที่ผมแปลขึ้นมานี้ ต้องขอยอมรับว่าไม่อาจเก็บความได้ครบถ้วน และอาจแปลความคลาดเคลื่อน(จึงต้องขอใช้คำว่าเรียบเรียงดีกว่า) ถ้าหากอยากได้อารมณ์จริงๆ แล้วละก็ขอแนะนำให้อ่านบทกวีจริงๆ ครับ (ศัพท์ง่ายๆ แต่ตีความยากเย็น!)

 

แปะลิ้งค์ไว้ให้ครับ :

http://www.poemhunter.com/poem/a-dream-within-a-dream/ 

  

หิมะ

posted on 06 Dec 2009 23:43 by seta-brahms  in Theater-of-the-Absurd

 

 

 

 

หิมะโปรยโรยร่วงใต้ดวงดาว

 

ดูวับวาวพราวพรายประกายใส

 

พอลมมาพาพัดกระจัดกระจาย

 

ก็ดูแลแค่คล้ายซากหัวใจ

 

 

(เครดิตรูป : http://mi9.com)