“อีกไม่ถึงร้อยปีโลกนี้จะถึงกาลวิบัติ !”

ไม่ใช่คำพยากรณ์ของนอสตราดามุส ไม่ใช่คำทำนายของโหรหลวง ไม่ใช่การฟันธงของหมอลักษณ์ แล้วก็ไม่ใช่รายงานการวิจัยจากสถาบันทั้งมีชื่อและไม่มีชื่อใดๆ ของโลกทั้งสิ้น
กระนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนพูดประโยคนั้น
ผู้พูดท่าทางจะมีสติวิปริตความคิดวิปลาสถึงได้มาพูดจาเป็นลางร้ายเยี่ยงนี้ ในจิตใจไม่มีแม้แต่ความรักในดวงดาวบ้านเกิดตัวเองเลยหรืออย่างไร 

พูดมาได้ว่าโลกจะอวสานในอีกเพียงศตวรรษ!

ร้อยปีนี่ก็น่าจะสักรุ่นหลานของเหลนเท่านั้นกระมัง…
ไม่รักลูกก็รักหลาน ไม่ก็รักเหลน หรือไม่ก็รักเด็กรุ่นต่อๆ ไปหน่อยเถิด อย่าสาปแช่งให้พวกเขาไร้ดวงดาวอาศัยเลย เราทุกคนต่างรู้ดีว่าอวกาศนั้นช่างโหดร้าย มีทั้งหลุมดำ ทั้งซูเปอร์โนวา ทั้งมอนสเตอร์ต่างดาวสารพัด ไหนจะต้องเผชิญกับบรรยากาศต่างถิ่นที่ไม่คุ้นเคย นอนหลับไม่เต็มตา หุงหาอาหารลำบากยากเย็น

อย่าสาปแช่งกันเลย…
สาปแช่งโลกก็เหมือนสาปแช่งลูกหลานทายาทของเราเองนั่นแหละ

คนที่พูดประโยคนั้นช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย..
ที่คนๆ หนึ่งและอีกหลายๆ คนกำลังช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีและความเจริญให้พัฒนาก้าวไกล เพื่อทำให้โลกของเราน่าอยู่อาศัยมากขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น สามารถผลิตความสุขให้แก่มวลมนุษยชาติได้มากยิ่งขึ้น

คนที่พูดนั้นก็คงยังไม่เข้าใจอีกว่าพวกเราพยายามสร้างสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายขึ้นโดยอาศัยพื้นโลกของเราเป็นฐาน เพื่อให้มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกเข้าใจความสำคัญของผืนโลกและเกิดความรู้สึกรักดวงดาวบ้านเกิด เราพยายามจัดสรรหาพื้นที่มากมายโดยการเกลี่ยพื้นที่ซึ่งกีดขวางการก่อสร้างอย่างภูเขาเนินเขาโดยการทำลายมันทิ้งเสีย เพื่อประโยชน์งอกงามในการเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยให้กับลูกหลานของเราที่นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนับเป็นแผนรองรับการเพิ่มของประชากรที่เยี่ยมยอดและรอบคอบยิ่ง

นอกจากนี้ คนที่พูดประโยคนั้นก็น่าจะไม่เข้าใจในอีกหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น อย่างการนำพลังงานจากน้ำมันซึ่งโลกมีเหลือเฟือจากการสะสมมานับแสนนับล้านปีมาใช้ ผนวกกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียนตรกรรม ทำให้เราได้มาซึ่งการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว การไปมาหาสู่เป็นไปได้โดยสะดวกมากขึ้น นึกจะเยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน เยี่ยมแฟน เยี่ยมเพื่อนบ้านท้ายตรอก ก็ทำได้ง่ายเสียจนแทบไม่ต้องคิดวางแผนใดๆ

และที่เราสามารถค้นพบและพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ ก็เป็นเพราะพวกเราได้ช่วยกันสร้างโรงเรียนและระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ เราสามารถสอนให้นักเรียนมีความรู้มากพอที่จะช่วยเราพัฒนาเทคโนโลยีและตามกระแสโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้ทัน เด็กรุ่นต่อๆ ไปก็จะยิ่งเข้าใจความคิดของพวกเราและพัฒนาสิ่งที่เรากระทำไว้ให้ไปไกลมากขึ้นไปอีก พื้นที่ชนบทนาไร่ทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาความสะดวกสบาย เพื่อความเป็นอยู่ของชีวิตที่ดีขึ้น เกษตรกรผู้ยากไร้จะได้รับการพัฒนาอาชีพให้มาเข้าสู่ระบบอุตสาหรรม ชีวิตพวกเขาก็จะดีขึ้นเช่นกัน

เจ้าของประโยคนั้นนอกจากจะไม่เข้าใจเรื่องต่างๆ เหล่านี้ เป็นคนวิปริตวิปลาสแล้ว ก็ท่าทางจะเป็นพวกไร้การศึกษา ขาดความรู้ และไม่เข้าใจถึงแก่นของศาสนาอีกด้วย 
ที่ศาสดาท่านสอนเราว่าให้เราทุกคนทำบุญทำทาน ทำความดีต่อผู้อื่น แล้วผลบุญที่เราทำนั้นจะย้อนกลับมาเราเอง ท่านได้ชี้แนะไว้แล้วว่าเราจะได้ดีได้อย่างไร นั่นก็คือ ให้ทำสิ่งที่ดีกับคนอื่นไว้ก่อน เพื่อผลประโยชน์จะได้กลับมาหาเรา ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พวกเราควรสอนลูกหลานของเราต่อไปนั่นแหละ

เราทุกคนต่างอยากได้รอยยิ้ม และเราอยากให้โลกยิ้ม แล้วเราจะทำอย่างไร?
ก็ทำอย่างที่พวกเราบอกนั่นแหละ ขอเพียงอย่าพูดจาสาปแช่งโลก สร้างสิ่งต่างๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับมวลมนุษย์ แล้วเมื่อทุกคนสุข ทุกคนก็จะยิ้ม แล้ว ‘โลก’ ซึ่งหมายความถึง ‘เรา’ และ ‘ลูกหลานของเรา’ ก็จะยิ้ม

“อีกไม่ถึงร้อยปีโลกนี้จะถึงกาลวิบัติ !”
ประโยคนี้ช่างดูเพ้อเจ้อ ไร้สาระ และหาความเป็นจริงไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยว

คนที่พูดประโยคนี้

ท่าทางจะไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย

 (11-XI-07)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry