ต้นไม้ กับ ตึก

posted on 07 Apr 2008 17:38 by seta-brahms  in Notes-from-Underground

๑. 
ต้นไม้...

เบื้องหน้าผมเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้...

ไม่ว่าจะหันซ้ายหันขวา กลับตัวไปมองข้างหลัง แหงนหน้าหรือก้มเบื้องต่ำ ผมก็พบแต่ต้นไม้

รอบกายผมเต็มไปด้วยต้นไม้...

แน่นอนว่าผมไม่ได้อยู่ในแอมะซอนหรือป่าดงดิบใด ๆ ในแอฟริกา เพราะว่าผมยังมองเห็นตึกรามบ้านช่องที่ดูทันสมัย รวมทั้งยังมองเห็นรถยนต์วิ่งกันอยู่ขวักไขว่ 

ผมอยู่ในมาเลเซีย...

เป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิด 
ผมไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับประเทศเพื่อนบ้านประเทศนี้เท่าไรนัก ด้วยความคิดที่ว่ามีพิกัดทางภูมิศาสตร์อยู่ในละแวกเดียวกัน ไม่น่าจะมีข้อแตกต่างกันมากมายอะไร
แต่แล้วผมต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อผมได้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่

ผมพบว่ากรุงกัวลาลัมเปอร์นั้นสวย!

ไม่ได้มีสถาปัตยกรรมที่ดูแล้วราวกับก่อกำเนิดมาจากดาวอังคารหรือค้นพบว่าสร้างในสมัยแอซเทก ไม่ได้มียานอวกาศร่อนไปร่อนมา มอเตอร์ไซค์ทั่วไปมีสองล้อ รถที่ผมนั่งก็ยังมีสี่ล้อ และแมคโดนัลด์ก็ยังได้พบเห็นทั่วไป

สิ่งที่ทำให้มันสวยคือ สีเขียวของต้นไม้!

ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรู หรือตึกระฟ้า บ้านเดี่ยว แม้กระทั่งตึกแถว ต้นไม้ยังขึ้นแซมอยู่ทุกที จนในแวบแรกที่มองเห็น ผมเกือบลืมไปว่านี่เป็นตัวเมืองหลวง

ผมคงจะติดภาพตัวเมืองของกรุงเทพฯ มากเกินไป จนทำให้ไม่ชินกับภาพเมืองหลวงของประเทศที่อยู่ ‘ใกล้ประเทศไทย’ ประเทศนี้

แวบต่อมาที่คิดคือ "มันน่าอิจฉา"

๒.
พอหันกลับไปคิดถึงเมืองไทย
ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ทำไมเราไม่มีต้นไม้มากมายแบบนี้ให้พบเห็นในเมืองหลวงบ้างนะ ?

ทำไมในกัวลาลัมเปอร์มีมากมาย ?
ทำไมในกรุงเทพฯ หาได้ยากยิ่ง ?

ถ้าจะยกข้ออ้างเรื่องสภาพทางภูมิประเทศว่าในกัวลาลัมเปอร์นั้นมีภูเขาให้เห็นอยู่มากมาย หรือเรื่องสภาพภูมิอากาศว่าที่นี่ร้อนชื้นจนราขึ้นโรตีได้ง่ายขนาดไหน หรือฝนตกชุกไม่ชุกเพียงใด คงไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีนัก

หรือจะอ้างเรื่อง สายไฟฟ้าของที่นี่อยู่ระดับใกล้ท่อประปา แต่เมืองไทยอยู่ระดับรถไฟฟ้า ก็อาจจะพอถูไถไปได้

บ้านเราเคยพยายามปลูกต้นไม้บนบาทวิถี แต่พองอกงามหน่อยก็ไปชนสายไฟฟ้าทำให้ต้องคอยเล็มคอยตัดสิ้นเปลืองงบประมาณ วิธีแก้ปัญหาอันแสนชาญฉลาดที่สุดที่ท่านผู้บริหารบ้านเมืองสามารถดำริได้ก็คือ ตัด ๆ มันทิ้งซะให้หมด จะได้ไปต้องเปลืองเงินไปจ่ายค่าเล็มใบไม้ใบหญ้า

ต่อมามีต้นไม้เกาะกลางถนน ก็คิดการใหญ่อยากจะทำโครงการขยายถนนให้มีพื้นที่ให้รถวิ่งได้มาก ๆ จะได้เพิ่มมลพิษแบบไม่ต้องมีอะไรมาดูดซับเลย

ช่างเป็นไอเดียที่แสนบรรเจิดเลิศล้ำเสียนี่กระไร!

แต่ไม่หรอก...
ต้นไม้น่ะปลูกอยู่เยอะแยะ ถึงจะแอบ ๆ ไปหน่อย แต่ยังพอเอามาเป็นข้อแก้ตัวได้ว่าเรายังมี ‘สวนสาธารณะ’ ให้ลูกเล็กเด็กแดงปู่ย่าตายายมาวิ่งเหยาะ ๆ (แหยะ ๆ ) และรำไท้เก๊กเพื่อสุขภาพได้อยู่

เพื่อ ‘สุขภาพ’ ชาวเมืองหลวงอย่างแท้จริง!

๓.
สมัยนี้ใครที่มัวพูดถึงแต่เรื่อง ‘ต้นไม้’ หรือ ‘สิ่งแวดล้อม’ จะถูกมองเป็นสิ่งมีชีวิตที่ราวกับเพิ่งพัฒนามาเป็น Homo erectus ยังไงยังงั้น

เรื่องการรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมถูกเทคโนโลยีทำให้มันกลายเป็นเรื่องเชยบรม!

สมัยนี้ถ้าจะพูดจาให้ถูกกาลเทศะก็ไม่คงพ้นเรื่องวินโดว์วิสต้า iPhone จตุคามฯ ยุบพรรคการเมือง ฯลฯ ถ้ามนุษย์ตนไหนบังอาจสะเออะเอ่ยเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นมา มันผู้นั้นอาจจะถูกจำแนกแยกพวกให้เป็นคนละเผ่าพันธุ์ได้

เมื่อเทคโนโลยีและตึกระฟ้าคอยบังเราอยู่ ทำให้เรา หากันจนไม่เจอ
ภาพของตึกที่อยู่กับต้นไม้จึงเป็นสิ่งที่ผมเกือบทำให้ถูกคิดว่าเป็นสิ่งที่เข้ากันไม่ได้

ถ้าเป็นข้อสอบปรนัยประเภท ข้อใดไม่เข้าพวก แล้วให้โจทย์มาว่า ‘ตึก’ 
ผมคงจะกาตัวเลือกข้อที่เขียนว่า ‘ต้นไม้’ โดยไม่ชายตาไปมองตัวเลือกอื่น
(ถ้าไม่มี ผมอาจจะเขียนตัวเลือกเพิ่มเอง)

เมื่อภาพต้นไม้ที่อยู่คู่กับตึกถูกทำให้ลืมเลือนไปจากสมองของผู้คนส่วนใหญ่ เกือบจะกลายเป็นว่าต้นไม้หายไปจากชีวิต ก็แลดูราวกับชีวิตคนไม่เกี่ยวพันกับต้นไม้ จึงไม่มีใครใส่ใจเรื่องต้นไม้ แทบไม่มีใครดำริสร้างสรรค์จัดพื้นที่ให้ต้นไม้

เมื่อไม่มีภาพให้เห็น จึงถูกลืมเลือนและละเลย

เมื่อไม่มีผู้สร้าง จึงไม่มีสิ่งใดถือกำเนิด

เมื่อไม่มีที่ว่างเหลือไว้ให้ จึงไม่สามารถเติมเต็มได้...

๔.
ตึก...

เบื้องหน้าผมเต็มไปด้วยหลากสีสันละลานตาของตึก

ไม่ว่าจะหันซ้ายหันขวา กลับตัวไปมองข้างหลัง แหงนหน้าหรือก้มเบื้องต่ำ ผมก็พบแต่ตึก

รอบกายผมเต็มไปด้วยตึก

แน่นอนว่าผมไม่ได้อยู่ในแอมะซอนหรือป่าดงดิบใด ๆ ในแอฟริกา เพราะว่าผมยังมองเห็นตึกรามบ้านช่องที่ดูทันสมัย รวมทั้งยังมองเห็นรถยนต์วิ่งกันอยู่ขวักไขว่ 
.
.
.

ผมอยู่ในกรุงเทพฯ....

 (1-VI-07)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry