ทาง - เลือก

posted on 07 Apr 2008 17:43 by seta-brahms  in Notes-from-Underground

๑.
“ในการเดินทาง เราต้องเจอทางสองแพร่งเสมอ”
ใครบางคนเคยบอกกับฉันไว้อย่างนั้น

พอนึกๆ ดูแล้ว, ฉันเองก็เคยเจอเหมือนกัน ทว่าไม่ใช่เพียงแค่สองแพร่ง บางทีก็มีถึงสามแพร่ง สี่ หรืออาจมากกว่า ซึ่งแต่ละเส้นทางที่แยกออกไปนั้นจะพาเราไปยังที่แห่งไหน ก็บ่อยครั้งไปที่เราจะไม่มีทางรู้ 

บางคราวเราก็มีที่เราต้องยืนแช่อยู่ที่เดิมนานๆ-ก็ตรงที่ระหว่างแพร่งนั่นไง หันซ้ายหันขวา หรือบางทีก็หันรอบทิศ เพ่งพินิจสภาพแวดล้อม สรรหาเหตุผลนานา ใช้ทั้งตรรกะ ใช้ทั้งการชักแม่น้ำทั้งห้าหาเรื่องราวมาเป็นข้อมูลยามที่สมองส่วนวิเคราะห์เหตุผลมุ่งหน้าถึงทางตัน-ถึงก่อนที่เท้าจะเลือกก้าวสู่สักเส้นทางตรงหน้า
และเมื่อแม่น้ำทั้งห้าหรืออาจมากกว่าห้าไหลมาไม่บรรจบ แล้วเราไม่รู้จะเลือกเส้นทางไหนข้างหน้า วิธีการเดียวที่เหลืออยู่ก็อาจเป็นการไป ‘ตายเอาดาบหน้า’

๒.
เธอคิดว่าโลกใบนี้ผ่านทางแยกมากี่ครั้งแล้วล่ะ?
โลกนี้เกิดมาก่อนที่จะมีถนนหนทาง ก่อนจะมีไฟจราจร และก่อนจะมีป้ายบอกทางเสียอีก
แต่ถึงตอนนี้จะมีป้ายบอกทาง ก็คงไม่ได้ช่วยเหลืออะไรโลกสักเท่าไหร่หรอก

โลกดำเนินมาจนถึงจุดที่มนุษย์บอกว่าย่ำแย่ มนุษย์กล่าวโทษตัวเองถึงหายนะที่บังเกิดแก่โลกและเพิ่งจะรู้สึกสำนึกถึงความผิดบาปแห่งเผ่าพันธุ์ของตน 
แต่ใครเล่าจะรู้-ว่าโลกกำลังเดิน ‘ผิดทาง’ อยู่จริงๆ หรือ? 
แม้นักปราชญ์ทั้งหลายจะถกเถียงปัญหานี้กันอยู่ครึ่งค่อนศตวรรษ แต่นอกจากพระเจ้าแล้ว จะมีใครอีกที่รู้คำตอบ

คิดๆ ดูแล้ว ที่ว่าวิทยาศาสตร์ทำให้โลกย่ำแย่น่ะ จะโทษวิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้ มันเป็นเพียงองค์ความรู้ที่ไม่ว่ายังไง, ไม่วันใดก็วันหนึ่ง, มนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการทางปัญญาสูงที่สุดบนโลกก็ต้องค้นพบมันอยู่ดี
หรือว่าอยากจะโทษจริยธรรมเล่า? 
ที่มนุษย์ต้องสร้างระบบสังคมและกรอบกำหนดกฎเกณฑ์จริยธรรมขึ้นมาก็เพราะเราเชื่อกันว่าถ้าไม่มีอะไรมาบังคับหรืออบรมสั่งสอนมนุษย์แล้วเราจะอยู่กันไม่ได้ ซึ่งแปลความอ้อมๆ ว่า โดยเนื้อแท้แล้วเราไม่มีจริยธรรมอยู่ในจิตใจกันเลยอย่างนั้นหรือ? แสดงว่าพระเจ้าสร้างให้เราชั่วร้ายใช่ไหม? 
ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน 
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง 
การที่โลกดำเนินมาถึงจุดนี้อาจจะเป็นหนทางที่ ‘ถูกต้อง’ แล้วก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นแพร่งไหนๆ ที่โลกเดินผ่าน จุดหมายที่อยู่ปลายทางจะเป็นเช่นนี้เสมอ

ไม่ว่าความจริงแท้จะเป็นแบบใด ฉันก็ทำได้แค่เดาเท่านั้น 
ถ้าพระเจ้าไม่เฉลยด้วยวาจา เราก็คงจะรู้คำตอบได้ในวันสุดท้ายของโลกเท่านั้นแหละ

๓.
เธอเคยเจอทางสองแพร่งไหม?
ถึงไม่มีคำตอบใดออกมาจากปากเธอ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องเคยเจอ และอาจจะเจอมากครั้งเสียด้วย
เพียงแต่ ‘ครั้งสำคัญ’ น่ะคงเจอไม่บ่อย
ถ้าจะให้พูดจริงๆ แล้วการจะบอกชี้ชัดไปว่าครั้งไหน ‘สำคัญ’ คงจะเป็นเรื่องยาก 
และการให้ความสำคัญเฉพาะกับ ‘ครั้งสำคัญ’ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก 
เพราะว่าทางแยกที่เลือกเดินแต่ละครั้งก็นำพาไปสู่เส้นทางที่แตกต่างเสมอ อาจมีบ้างที่ทางข้างหน้าจะมาบรรจบกันอีกรอบ แต่นั่นก็เป็นการนำไปสู่ความแตกต่างอยู่ดี

ยังไงก็ตาม, ‘ครั้งสำคัญ’ ที่ฉันพูดถึงน่ะ คือแบบที่คนในสังคมรู้กันโดยทั่วๆ ไปว่าสำคัญ หรือบางทีอาจ ‘กำหนด’ หรือ ‘บอก’ ให้สำคัญ 
แต่เดี๋ยวก่อน! 
เธออย่าเพิ่งมีความคิดอคติใดๆ กับสังคมมนุษย์ อย่างน้อยบางสิ่งบางอย่างที่บอกต่อกันมาในสังคมของเผ่าพันธุ์เราก็ผ่านกาลเวลามายาวนานพอจะหาข้อสรุปเกี่ยวเรื่องบางเรื่องได้บ้าง

การไป ‘ตายเอาดาบหน้า’ นั้นจะว่าไปก็คล้ายการสุ่ม ไม่มีทางรู้คำตอบเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบไหน-รู้ได้อย่างมากก็แค่ความน่าจะเป็น
อย่างน้อยถ้าได้ไตร่ตรองดีๆ ก็ยังอาจจะพอเลือกทางที่คิดว่าเหมาะสมกับตนเองได้
นอกจากนั้นแล้ว ในโลกนี้ก็มีคนอยู่มากมาย อาจจะมีใครเคยผ่านเส้นทางนั้นมาบ้างแล้ว 
ลองหันไปถามพวกเขาดูหน่อยจะเป็นไรไป

อีกอย่างหนึ่ง, การเลือกเดินเส้นทางที่มันแยกออกไปตรงหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายก็จริงอยู่ แต่ก็ยังมีคนอีกมากมายที่ถูกบังคับให้ก้าวเดินไปสู่เส้นทางเดียวข้างหน้าที่ไม่มีทางแยก ซึ่งบางทีก็มองเห็นปลายทางอยู่รำไรว่าเป็นทางสู่ก้นเหว แต่ก็ไม่มีทางให้หันหลังกลับซ้ำยังมืดแปดด้าน 
เห็นไหม? บางทีการมีทางแยกก็ดีเหมือนกัน

แต่ถ้าหากไม่มีทางแยกในสถานการณ์อย่างที่ว่าล่ะ จะให้ทำเช่นไร?
เธอก็ต้องหาทางแยกเองยังไงเล่า!
ในสภาพที่มืดแปดด้าน ไม่แน่ว่าด้านที่เก้าอาจจะมีแสงรำไรคอยนำทางให้เธออยู่ก็เป็นได้
แล้วกับทางแยกที่มันไม่มีอยู่นั้น เธอก็ใช้แสงรำไรนั้นส่องพื้นให้สว่าง แล้วกรุยทางด้วยตัวเองเสีย

เราไม่รู้พระประสงค์ของพระผู้เป็็นเจ้า 
เราไม่รู้ว่าโลกนี้เดินทางผิดหรือถูก เช่นเดียวกับที่เรายากจะรู้ว่าเราตัดสินใจผิดหรือถูกในหลายๆ ครั้ง
เราทำได้เพียงคิดไตร่ตรองให้ดี แล้วก้าวเท้าไปบนสักเส้นทางหนึ่งเท่านั้น

๔.
“ในการเดินทาง เราต้องเจอทางสองแพร่งเสมอ”
ใครบางคนเคยบอกกับฉันไว้อย่างนั้น

ฉันเองก็เจออยู่บ่อยๆ และคิดว่าก็คงต้องเจอไปอีกหลายครั้งตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ 

“ชีวิตคือการเดินทาง”
ใครอีกหลายๆ คนเคยบอกกับฉันไว้อย่างนั้น

แล้วในการเดินทางของเธอ ฉันคิดว่าเธอก็คงจะต้องเคยพบเจอทางสองแพร่งอยู่เหมือนกัน 
ไม่รู้ว่าจะเจอบ่อยแค่ไหน 
แต่ถ้าหากว่าเธอต้องเจอ

เธอจะกล้าเลือกเดินหรือเปล่า?

 (25-VIII-07)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry