The Merchant of Venice

posted on 07 Apr 2008 16:35 by seta-brahms  in The-Tower-of-Babel

ชื่อแปลไทยที่สุดแสนงดงามอลังการก็คือ “เวนิสวาณิช”

“เวนิส” กับ “วาณิช” สองคำนี้ฟังดูละม้ายคล้ายคลึงกันมากจนเสียพอจับมาเรียงกันทำให้อ่านออกเสียงแล้วแอบรู้สึกชื่นชมผู้คิดชื่อนี้ยิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมทราบ สองคำนี้ไม่ได้มีรากศัพท์มาจากที่เดียวกันแต่อย่างใด…

เวนิส หรือ Venice ที่จัดว่าเป็นเมืองหนึ่งของอิตาลีนั้นคนอิตาลีเขาเรียกว่า “Venezia” (ภาษาละตินว่า Venetia) 
(ไว้ถ้ามีโอกาส ผมอยากจะเล่าถึงเมืองเวนิสอันสวยงามนี้ให้ท่านได้ฟัง)

ส่วน “วาณิช” นั้น เป็นคำที่มักถูกกล่าวคู่กับ “พ่อค้า” กลายเป็น “พ่อค้าวาณิช” อันหมายถึงผู้มีอาชีพค้าขาย

บทเรียนภาษาแขกเบื้องต้นที่เรียนในชั้นมัธยมนั้นบอกเราว่า ว แหวน กับ พ พาน นั้น ในบางโอกาสใช้แทนกันได้ --- คือแปลว่า มันมีความหมายเหมือนกัน
เช่น วัฒนา - พัฒนา เป็นต้น

ดังนั้น “วาณิช” กับ “พาณิช” จึงมีความหมายเหมือนกันนั่นเอง

ทีนี้ มันจะมีข้อแตกต่างกันอีก ตรงที่มี “ย์” แถมเข้ามาด้วย
ผมค้นในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ พบข้อความดังต่อไปนี้

พาณิช น. พ่อค้า. (ส., ป. วาณิช).
พาณิชย-, พาณิชย์ น. การค้าขาย;….. (ส. วาณิชฺย; ป. วาณิชฺช).
วาณิช, วาณิชกะ น. พ่อค้า,….. (ป.,ส.).
วาณิชย์ น. การค้าขาย. (ส.)

ตามนี้แหละครับ --- ประมาณว่าไม่รู้จะอธิบายเพิ่มเติมยังไงอีก
(ลืมบอก “น.” แปลว่า คำนาม “ส.” คือ สันสกฤต และ “ป.” คือ บาลี”)

คราวนี้ ลองสลับเป็นภาคภาษาฝรั่งกันดูบ้าง
พ่อค้า ภาษาอังกฤษเรียก “Merchant” คำนี้น่าสนใจมากทีเดียว

เอาล่ะ ขออนุญาตอ้างอิงเทพปกรณัมกรีกโรมันอีกซักรอบ…

ตามตำนานเล่าว่าเทพบุตรองค์นี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการ มาดเข้มหุ่นดี บาดใจสตรียิ่งนัก สวมหมวกมีปีกกับรองเท้ามีปีก ถือคทา Caduceus (ไม้เท้ามีปีก และมีงู ๒ ตัวพันอยู่โดยรอบ ปัจจุบันถูกใช้เป็นตรากระทรวงสาธารณสุข) มีความสามารถเดินเหินได้อย่างรวดเร็วกว่ากามนิต เป็นเทพผู้คุ้มครองนักเดินทาง เป็นเทพแห่งการค้าขาย และยังเป็น messenger ให้กับเหล่าเทพาเทพีอีกด้วย เขามีชื่อกรีกว่า “Hermes” ชื่อโรมันว่า “Mercury”

ก่อนจะไปต่อ ขอแวบออกขอบเรื่อง (ยังไม่นอกเรื่อง) สักครู่…

กลัวจะมีใครมาบอกว่า ไหนว่า Mercury เป็นเทพเห่งการค้าไง แล้วทำไมถึงเอาไม้เท้าของอาเฮียแกไปเป็นสัญลักษณ์กระทรวงสาธารณสุขไปได้ ? --- เรื่องมันยาวมาก

คือว่าเดิมทีไม้ Caduceus นี้เป็นของเทพอะพอลโล (Apollo) เทพหุ่นนายแบบอีกผู้หนึ่ง (นอกจากหน้าตาดีแล้วยังคาสซาโนว่าสุด ๆ อีกต่างหาก) เป็นเทพแห่งการทำนาย การรักษา และการดนตรี 
มีเรื่องเล่าอยู่ว่า วันหนึ่ง ขณะที่อะพอลโลกำลังเดินเล่นเที่ยวชมมะลมเตมะโลโตโปเปมะลูตูอยู่ที่อาร์คาเดีย (Arcadia --- บ้านเกิดของ Hermes) ด้วยสายตาอันยาวไกลและกว้างไกลของเทพ ก็ดันเหลือบไปเห็นงู ๒ ตัวกำลังไฟ้ติ้งกอดรัดฟัดเหวี่ยงอีรุงตุงนังอย่างเมามันกันอยู่ ด้วยการที่ต้องรักษาค็อนเส็ปต์แห่งเทพ อะพอลโลจึงได้ใช้ไม้เท้าที่ถืออยู่ไปแยกงูทั้งสองออกจากกัน ด้วยประการฉะนี้ ผู้คนจึงเหมาให้ไม้เท้านี้กลายเป็นไม้เท้าแห่งความสงบสุขตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมา Hermes สามารถประดิษฐ์พิณเครื่องแรกของจักรวาล (มั้ง) ขึ้นมาได้ โดยเอาเอ็นวัวมาขึงกับกระดองเต่า (ห้ามอ่านผิด!!) แล้วนำไปแลกกับไม้ Cadaceus ของอะพอลโล กรรมสิทธิ์ของสองสิ่งนี้จึงถูกแลกเปลี่ยนกันอย่างสมบูรณ์ (คาดว่าปีกที่ติดอยู่ที่ไม้นั้้นน่าจะถูกติดตอนที่มาอยู่กับ Hermes เพราะไหน ๆ ทั้งรองเท้าทั้งหมวกก็ติดปีกแล้ว เลยติดที่คทาอีกอันให้มันครบเซ็ตไปเลย) 

ต่อมาในวงการแพทย์ก็ได้มีการนำไม้ Cadaceus นี้ มาเป็นสัญลักษณ์แห่งการรักษา ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ ตั้งแต่ยังมีการใช้โหราศาสตร์ทำนายดวงดาวมาเป็นกระบวนการรักษาผู้ป่วยโน่น จนวิวัฒนาการใช้และความนิยมมาถึงปัจจุบันจนกระทรวงสาธารณสุขบ้านเราเอามาใช้มั่ง (จริง ๆ มันมีเรื่องของ คทาแห่ง Asclepius อยู่อีกที่มีหน้าตาคล้าย ๆ กันเพียงแต่ไม่มีปีกติดอยู่ ในองค์การแพทย์ในโลกหลายองค์กรก็นิยมเอามาใช้แทนที่ Cadaceus เพื่อให้ Cadaceus เป็นสัญลักษณ์ในเชิงการค้าพาณิชย์ตาม Hermes)

เอาล่ะ ๆ จบเรื่องงูไม้มีปีกตีกันลงไปได้ --- เอ้ย ๆ มั่วแล้ว ๆ 

ยาวเกิน…

กลับมาที่ Mercury 
ภาษาละตินเขาพูดว่า “Mercurius” รากศัพท์มาจาก “merx” แปลว่า “สินค้า”

ทุกท่านครับ…. มันมาแล้ว!

“merx” มีรูปกริยารูปหนึ่งว่า “mercari” แปลว่า “ซื้อ” ซึ่งผันได้อีกกลายเป็นคำว่า “mercatere”
ต่อมาจึงได้ไปปรากฏในภาษาฝรั่งเศสโบราณในรูป “marcheant” ซึ่งกลายเป็นที่มาของคำภาษาอังกฤษเช่น merchant merchandise commerce เป็นต้น

“market” เองก็เช่นเดียวกัน (เนื่องมาจากภาษาละตินนั้นเป็นจอม “ผัน” คำ ผันไปผันมาผันผวนมั่วตั้วไปหมด) จาก “mercari” ก็เอามาผันต่อเป็นคำนามได้อีก “marcatus” ซึ๋งต่อมาภาษาอังกฤษก็รับไปใช้ในรูป “market” นั่นเอง

เราอาจจะได้พบเห็นคำว่า “mart” ที่ใช้ในความหมายคล้าย ๆ กัน 
ซึ่งมาจากภาษาดัตช์สมัยใหม่ “mart" ซึ่งเป็นรูปผันของ “markt” แปลว่า “ตลาด” เหมือนกันนั่นเอง

ก่อนจบเรื่อง mercury ขอทิ้งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอันน่าสนใจไว้สักนิด
Mercury ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของ ดาวพุธ และวันพุธในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า “mercredi” (ซึ่งรับมาจากละตินอีกที มีความหมายว่า วันของเทพเมอร์คิวรี่)….

เอาไว้ให้คิดเล่น ๆ ครับ

ก่อนจบจริง ๆ (จริงๆ แล้วนะ)

พูดถึง mercury เลยนึกถึงอีกคำขึ้นมา ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกันหรอก แค่หน้าตาคล้ายกันเฉย ๆ

“mercy”

ภาษาละติน “merces” หมายถึง รางวัล / สิ่งตอบแทน 
ในทางคริสตศาสนาได้ใช้ “รางวัล “ ในเชิงอุปมาว่าเป็น “พระเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงมอบแก่มนุษย์” ต่อมาคำนี้ได้ถูกส่งต่อไปยังภาษาฝรั่งเศสโบราณในรูป “merci” และใช้ในเชิงความรู้สึกต่อพระเมตตา ภาษาฝรั่งเศสสมัยใหม่ได้ใช้ “merci” ในการกล่าวขอบคุณ ในขณะที่ภาษาอังกฤษรับมาในรูป “mercy” และยังคงความหมายเดิมว่า “เมตตา” อยู่

โอ้ ยาวมาก 

จบแล้วครับ

สุดท้ายนี้ ก็ขอทิ้งกลอนจากเวนิสวาณิชซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์แปลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ต้นฉบับของ Shakespear) เอาไว้ ณ ที่นี้ครับ --- ไหนว่าจบแล้วไง

“………….
ว่าออร์เฟียสผู้ฉลาดอาจดีดพิณ 
เรียกก้อนหิน, พฤกษา, วารีศรี; 
เพราะสิ่งใดแม้ไม่มีชีวี, 
หรือชั่วช้ากาลีแสนสามานย์, 
ก็แผกผิดธรรมดาเวลาที่ 
ยินดนตรีบรรเลงเพลงสมาน. 
ชนใดที่ไม่มีดนตรีการ 
ในสันดาน, เป็นคนชอบกลนัก, 
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ, 
เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ 
หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก; 
มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี, 
และดวงใจย่อมดำสกปรก 
ราวนรก: ชนเช่นกล่าวมานี่ 
ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้. 
เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ.”

 (19-V-07)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry