เพลงรักวิกลจริต (3)
posted on 12 Apr 2008 19:13 by seta-brahms in A-Lovers-Complaint
ฉันเองก็เคยเขียนเพลงรัก ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะเรียกมันว่าเพลงรักได้อย่างเต็มปากเต็มคำหรือไม่ เพราะในเนื้อเพลงนั้นไม่มีคำว่ารักปรากฏอยู่เลยแม้แต่เสี้ยวพยางค์ และใจความของมันก็ไม่ได้เป็นการบอกรักหรือสารภาพรักใดๆ ทั้งสิ้น ฉันจำได้ว่าฉันเขียนเพลงๆ นี้ด้วยน้ำตาที่หล่อรื้นอยู่ในใจ น้ำตาแห่งความสลด ฉันอาจเหมือนคนบ้าที่โศกเศร้าคร่ำครวญกับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลย สิ่งที่ฉันเสียน้ำตาให้ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ กับชีวิตสามัญธรรมดาของฉันแม้เพียงนิด แต่ก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ฉันไม่สามารถอดกลั้นการทำงานของระบบในร่างกายได้เมื่อฉันได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับตัวเธอ เธอผู้ซึ่งโศกตรมอยู่กับสิ่งโหดร้ายที่ถาโถมเข้าใส่ชีวิต อากัปกิริยาของเธอผ่านคำบอกเล่านั้น เพียงแค่นึกภาพตาม เขื่อนกักน้ำตาก็พังทลายครืนจนแตกละเอียดเป็นเศษเล็กเศษน้อย แล้วสิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูเหล็กนั้นก็พร่างพรูราวอาลัยร่ำไห้กับวันสลายของโลก ฉันทรมานกับการไม่รู้ความเป็นไป ทรมานที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรเธอได้แม้แต่น้อย ทรมานที่ไม่สามารถทำสักสิ่งเพื่อเธอแม้เพียงฝ่ามือลูบไล้หน้าผากหรือโอบกอดร่างอันสั่นเทิ้มไว้ในอ้อมแขน ทรมานกับฝันร้ายยามค่ำคืนดึกสงัดที่คอยตอกย้ำความทุกข์โศกที่เกิดแก่เธอและความด้อยในความสามารถของตัวเอง ฉันอาจจะบ้าไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ฉันมีความรู้สึกเศร้าอย่างแรงกล้าทั้งๆ ที่ฉันเองไม่ได้เป็นอะไรไปเลย ฉันจำได้ว่า สิ่งเดียวที่ฉันนึกออกว่าฉันพอจะทำได้คืออะไร ฉันคิดเหมาเดาเอาเองว่า อย่างน้อย การได้ยินได้ฟังคำปลอบประโลมใจจากคนที่เป็นห่วงอาจจะทำให้รู้สึกดีบ้างแม้เพียงนิดก็ยังดี หากว่าเธอได้รับรู้ว่าเธอยังพอจะมีที่พึ่ง แม้เพียงในจินตนาการ จิตใจเธออาจจะพลอยคลายโศกได้บ้าง และด้วยความคิดอันแสนตื้นเขินทว่าเป็นสิ่งเดียวที่สมองอันตื้อตันของฉันขณะนั้นจะคิดได้ ฉันจึงเริ่มเขียนเพลงๆ หนึ่งขึ้นมา
ฉันใช้ท่วงทำนองเชยๆ เสียงประสานแบบเรียบง่าย ช่วยขับดันเนื้อความให้มีพลังอย่างที่ฉันอยากให้เป็น ฉันนึกความรู้สึกขณะเขียนเพลงนั้นได้ไม่ชัดเจน ในขณะที่เขียนฉันรู้สึกเหมือนตกอยู่ในห้วงภวังค์ ทุกสิ่งทุกอย่างพร่าเลือนอยู่ในความคิดคำนึง สิ่งเดียวที่ฉันจำได้ก็คือ ฉันมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะสื่อความรู้สึกของฉันออกมา และเหนืออื่นใด พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะปลอบประโลมเธอให้ได้ ฉันต้องขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ในการเล่นเครื่องดนตรีและคุมอัดร้องให้กับฉัน ใช่ ฉันร้องด้วยตัวเอง ฉันจำได้ถึงความยากลำบากในการอัดเสียง ฉันเคยอยู่ในตำแหน่งคนคุมอัดร้อง และฉันก็ตระหนักดีว่าการร้องเพลงในห้องอัดไม่ใช่เรื่องง่าย คนที่น่าสงสารที่สุดอีกคนหนึ่งและฉันก็นึกขอบคุณเขามากก็น่าจะเป็นเพื่อนของฉันที่อุตส่าห์มาตัดต่อเสียงร้องอันย่ำแย่เหลือประมาณของฉันให้ออกมาเป็นเพลงได้ และด้วยการที่ฉันอยากจะรีบส่งเพลงๆ นี้ให้ถึงมือเธอเร็วที่สุด ช้าไม่ได้แม้เพียงนาที ทุกอย่างจึงเป็นไปด้วยความเร่งรีบ
ฉันต้องตอบแทนแลกเปลี่ยนกับรุ่นพี่ของฉันโดยการเรียบเรียงเพลงๆ หนึ่งเป็นแบบบรรเลงด้วยออร์เคสตร้าในค่ำคืนเดียวกับที่พวกเขาตัดต่อเพลงของฉัน มันเป็นงานเร่งด่วนของรุ่นพี่ฉัน เราจึงตกลงที่จะแลกกันทำงานแบบอดหลับอดนอน และฉันก็คงต้องขอบคุณเขาอีกเหมือนกันที่งานนี้ได้ทำให้ฉันรู้จักกับเพลงอีกเพลงหนึ่ง มันชื่อว่าเพลง ยังรอคอยเธอเสมอ หลังจากนั้นมามันจึงกลายเป็นหนึ่งในเพลงโปรดของฉัน และฉันก็ซาบซึ้งในเนื้อเพลงนั้น การรอคอยที่รอได้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ การหวนรำลึกถึงความหลังครั้งเก่า และการมีอยู่ของเธอที่เป็นกำลังใจให้ฉันยังมีชีวิตอยู่ได้ ฉันซาบซึ้งเนื้อเพลงเหล่านั้นดี แต่การซาบซึ้งก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตฉันจะต้องไปตรงกับเนื้อเพลงแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าฉันเข้าใจและประสบบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน ฉันเข้าใจความหมายของการรอคอยดี การรอคอยจะว่าไปบางทีก็เหมือนทำให้มีเป้าหมายในชีวิต และยิ่งรอนานเท่าใด เวลาที่ได้เจอก็จะยิ่งดีใจ และถึงแม้เวลาที่จะได้เจออาจไม่มีวันมาถึง แต่เราก็อาจพบกันในฝันได้ ฉันยังเห็นเธอในฝัน ฉันยังโอบกอดเธออยู่ในฝัน ฉันยังเฝ้ารอถึงวันในจินตนาการ ฉันไม่ได้คาดหวังให้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่ฉันคิดหรอก ทุกอย่างเป็นส่วนเกิน เป็นกิเลสส่วนตัวอันเกิดขึ้นจากการมีชีวิต ฉันยังคงยึดมั่นในคำเดิม ถึงความรักอันต้องการเห็นเพียงความสุขของผู้เป็นที่รัก...