เพลงรักวิกลจริต (4)

posted on 12 Apr 2008 21:54 by seta-brahms  in A-Lovers-Complaint

อาจเป็นเพราะความเชื่อมั่นประหนึ่งดื้อรั้นของฉันนี่เองกระมังที่ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกอึดอัดในหลายๆ ครั้งที่ได้ยินได้ฟังเพลงรักตามวิทยุหรือแผ่นเสียงเพลงป๊อปสมัยปัจจุบัน เพลงเหล่านั้นเต็มไปด้วยความรักอย่างยื่นเสนอเงื่อนไข บ้างบังคับขู่เข็ญ บ้างแสดงความเอาแต่ใจ บ้างแสดงความเห็นแก่ตัวโดยอวดอ้างคำรัก ทว่าฉันก็ไม่ได้เกลียดโกรธบทเพลงเหล่านั้น ฉันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่ชีวิตมนุษย์ดำเนินมาถึงยุคสมัยนี้ก็เป็นด้วยความรักแบบเหล่านี้แหละที่ผสมเจือปนอยู่ในความรักนับล้านแบบ แต่ถ้าหากใครจะด่าว่าฉันเป็นพวกมีอคติ ฉันก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด ฉันยังคงเชื่อในความคิดอ่านของฉันอยู่ แม้ใครจะว่ามันคร่ำครึและอ่อนต่อโลกก็ตาม

แล้วเพลงรักสมัยนี้ก็ล้วนเป็นที่ต้องใจของหนุ่มสาวปัจจุบันโดยทั่วไป ซึ่งแท้จริงแล้ว บทเพลงหลายเพลงไม่ใช่เพลงรักบริสุทธิ์ หากแต่เป็นเพลงที่ยั่วยุให้เกิดการปะทุซึ่งความรู้สึก กิเลส และความต้องการเบื้องลึกภายในจิตใจของผู้ฟังต่างหาก ความอยากได้ อยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของ อยากผูกมัด กลัวความโกรธเกลียด กลัวความเหงา กลัวการเสียหน้า กลัวการมีชีวิตโดยลำพัง กลัวสิ่งต่างๆ มากมาย ความจริงก็คืออาการอยากและกลัวเหล่านี้ก็เป็นไปเพื่อตัวเองทั้งนั้น ดูเหมือนว่าที่ฉันพูดมายืดยาวนี่คล้ายว่าฉันอยากจะอวดตัวเป็นพ่อพระหรือผู้ละซึ่งกิเลสตัณหาสินะ เปล่าเลย ฉันก็เหมือนมนุษย์ทั่วๆ ไป รู้จักความอยากความกลัว อาจมีมากกว่าหลายคนด้วยซ้ำ แต่ฉันไม่คิดว่ารักที่เต็มไปด้วยความอยากและความกลัวจะนำมาซึ่งความสุขสำหรับฉัน สำหรับหลายๆ คน ฉันคงดูเป็นพวกแปลกแยกสินะ เป็นพวกที่แตกต่างสินะ ความจริงแล้วไม่ใช่หรอก เพราะเราทุกคนล้วนแตกต่างกัน เราทุกคนจึงเหมือนๆ กันไปหมดนั่นแหละ ดังนั้นจึงป่วยการและเสียเวลาเปล่าหากใครจะกล่าวหาว่าใครเป็นผู้แตกต่าง โลกนี้มันดำรงอยู่ด้วยความหลากหลายและแตกต่างอยู่แล้ว

ความดื้อรั้นของฉันอาจจะเป็นตัวการที่นำมาซึ่งความโศกตรมชั่วชีวิตก็ได้ มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่นำมาเพื่อความสุขอย่างที่ฉันเคยคาดหมายก็ได้ หลายครั้งหลายคราที่ฉันร่ำไห้ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากแห่งความมาดมั่น หลายค่ำคืนที่ฉันนั่งคุดคู้ขดตัวเองอยู่ภายใต้สายน้ำที่กระหน่ำลงมาจากฝักบัว ปล่อยให้สายน้ำอุ่นชโลมเรือนกายที่ห่อหุ้มจิตใจอันยะเยือกไว้ ปล่อยให้สายน้ำชำระล้างและปิดบังสายน้ำตาที่พรูพรายออกมาเพื่อไม่ให้ตัวเองได้รับรู้ความจริงของการทุกข์ทนทรมาน มันช่างเป็นการกระทำที่ขลาดเขลาและโง่งม ซึ่งมันอาจจะเป็นกลไกการทำงานของส่วนลึกในจิตใจ ความโหยหาไออุ่น ความต้องการระบายสิ่งอัดอั้นตันใจออกมา ความซาบซึ้งปนสลดเสียใจ จินตนาการและภาพฝันอันหม่นหมอง

ละอองไอสีขาวจากกระแสน้ำกึ่งอุ่นกึ่งร้อนล่องลอยอ้อยอิ่งจนกระทั่งปกคลุมทั่วทั้งห้องที่สว่างไสวแต่เพียงน้อยด้วยแสงจากหลอดไฟสีส้มผสมกับหลอดไฟสีขาว สายตาที่จับจ้องไปยังสิ่งใดก็ไม่รู้มองเห็นเพียงความพร่าพรายจากม่านน้ำตา จากสายน้ำที่หลั่งชโลม จากหมอกขาวที่ห่มคลุมมวลอากาศในห้องไว้ หลายครั้งที่ฉันปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศเหล่านี้ ปล่อยให้ตัวเองได้ดื่มด่ำกับน้ำตา ดื่มด่ำกับความเศร้าโศก ดื่มด่ำกับการเฝ้าฝันถึงสิ่งที่ตระหนักอยู่แล้วในความเป็นไปไม่ได้ ดื่มด่ำกับความทรมานอันแสนหวานและยืดยาวนาน หากแต่ฉันก็ยังได้เรียนรู้จิตใจของตัวเอง ได้ตรวจสอบและปลดเปลื้องพันธนาการแห่งความจองหอง ได้ปอกเปลือกความเชื่อมั่นอันเต็มไปด้วยกาก เหลือเพียงจิตใจอันขลาดเขลาแท้จริง จิตใจที่ยังคงถวิลหา จิตใจที่แกว่งไกวไปตามคำยุยงของเพลงรักจอมปลอมเหล่านั้น จิตใจที่ใฝ่หาความสุขที่จะได้อยู่เคียงข้างเธอ จิตใจที่แสดงออกมาซึ่งความเห็นแก่ตัวภายใน แท้จริงแล้วตัวตนและความรู้สึกของฉันก็อาจจะเป็นสิ่งจอมปลอม เป็นสิ่งปั้นแต่ง ไม่ต่างอะไรไปจากเพลงพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry