เพลงรักวิกลจริต (6)

posted on 13 Apr 2008 23:06 by seta-brahms  in A-Lovers-Complaint

ฉันรักเวลาค่ำคืน ฉันไม่ได้รักฝันร้ายที่กัดกร่อนหัวใจฉันแต่อย่างใด หากแต่ฉันรักบรรยากาศยามกลางคืน บรรยากาศกึ่งสงัดวิเวกแห่งราตรีกาล บรรยากาศที่ไม่มีแสงสว่างฉายมาให้มองเห็นสิ่งใดได้ชัด ทำให้จินตนาการต้องทำงานมากกว่าปกติ ฉันรักแสงเดือนและแสงดาวในเวลากลางคืน หรือหากพูดให้ถูก ที่จริงฉันไม่ได้ใส่ใจนักกับแสงเดือน บางครั้งคืนเดือนดับยังดีกว่าเสียอีกที่ช่วยให้แสงวับวิบกะพริบพรายของดวงดาวแจ่มชัดมากขึ้น ไม่ต้องพูดถึงค่ำคืนบนฝากระโปรงรถคร่ำคร่าหน้าสวนคันนั้นที่่ฉันเพ้อพกอยู่กับสายลมและแสงดาวเดือน มันเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นจนชาชิน สิ่งที่น่าคิดถึงมากกว่าคือค่ำคืนที่ฉันเดินเล่นเลาะริมทะเลสาบลูกาโนในสวิตเซอร์แลนด์ อากาศที่หนาวเหน็บแต่ไม่มากเกินไปโอบล้อมทิวทัศน์อันงดงามของเรือนชานบ้านช่องริมทะเลสาบสร้างความประทับใจอย่างตราตรึงถึงขนาดฉันใฝ่ฝันไว้ว่าสักวันหนึ่งในอนาคตฉันอยากจะมาหาซื้อบ้านหลังเล็กๆ สักหลังไว้ริมทะเลสาบแห่งนี้เพื่อสำหรับพักผ่อนในบั้นปลายชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบั้นปลายที่อาจมาเยือนเร็วกว่าที่คิดหรือจะเป็นบั้นปลายที่ดูไม่มีค่าอะไรเลยก็ตาม

ฉันยังคิดถึงตอนที่นั่งอยู่ในเพิงเล็กๆ ริมหาดตอนกลางคืนในจันทบุรี ลมทะเลกระโชกเรื่อยรินอย่างสม่ำเสมอไล่แทะโลมเนื้อตัวของฉันอย่างหิวกระหาย ฉันปล่อยให้มันไล้เล็มอย่างตามใจชอบ ปล่อยให้มันลิ้มชิมเนื้อหนังมังสาของฉันจนอิ่มหมี มันตอบแทนฉันด้วยการฉายภาพทะเลอันมืดมิด มืดมิดเสียจนฉันทำได้เพียงจินตนาการเห็นคลื่นซัดไปสาดมาหาหาดทรายอย่างน่าเวียนหัวอยู่ข้างนอกนั่น ทะเลอันมืดมิดยังทำให้ฉันนึกไปถึงค่ำคืนบนระเบียงคอนโดสูงริมหาดหัวหิน ฉันนั่งบนพื้นอยู่เคียงข้างกับควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งและกลิ่นหอมหวนขมปร่าของเมรัย เพื่อนอีกสองคนของฉันนั่งปล่อยตัวปล่อยใจไปเช่นเดียวกับฉัน ฉันมองไปเบื้องนอก สีของทะเลกับสีของฟ้ากลืนเป็นสีเดียวกันจนเหมือนเป็นสิ่งเดียวกัน ฉันจ้องมองไปยังความมืดมนอนธกาลอันไพศาลเบื้องหน้าและพบตัวเองอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างไม่มีที่สิ้นสุด สำนึกสำเหนียกในความเป็นสิ่งกระจ้อยร่อยกว่าฝุ่นธุลีที่ปลิวคว้างอยู่ในห้วงอวกาศ เล็กอย่างไร้ค่าเมื่อเทียบกับหมู่ดาวกระจ่างฟ้า โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ท้องฟ้าเปิดโอกาสให้ฉันได้สำนึกถึงความเป็นจริงดังว่าตอนที่ฉันไปเข้าค่ายลูกเสือที่ต่างจังหวัดเมื่อสมัยยังเด็ก ฉันนอนแหงนหน้าดูดวงดาวพร่างพรายกระจายตัวทั่วไป ฉันจำได้ว่ามันงดงามเหมือนกับภาพฝัน ฉันยังเคยคิดถึงการได้ยินเสียงเพลงแผ่วกระซิบข้างหูในขณะชมภาพดารารายที่แขวนตัวเองอยู่บนนั้นอย่างเพลิดเพลินใจ แต่ใครจะรู้ว่าครูฝึกร.ด.ก็ได้ช่วยทำให้ปรารถนาของฉันเป็นจริงที่เขาชนไก่ในอีกไม่กี่ปีต่อมา ในคืนเดือนมืด มืดมิดอย่างแท้จริงและสงัดจนน่าหวาดหวั่น ไม่มีแสงไฟประดิษฐ์ใดๆ เล็ดลอดเข้ามารบกวนสายตา นักศึกษาวิชาทหารหลายร้อยคนที่มองไม่ค่อยจะเห็นตัวเพื่อนฝูงกำลังได้รับประสบการณ์เดียวกัน เรานอนหงายอยู่บนพื้นดิน สายตาไล้ไปตามดาวแต่ละดวงเท่าที่ความสามารถของสายตาจะทำได้ ครูฝึกเปิดเพลง คืนที่ดาวเต็มฟ้า ประกอบการดูดาว คืนที่ดาวเต็มฟ้าฉันจินตนาการเป็นหน้าเธอ ใจฉันตอนนั้นดูจะเผลอไผลคล้อยไปตามเนื้อเพลงนั้น และบางครั้งฉันก็รู้สึกว่าแสงวิบวับของดวงดาวนั้นดูเหมือนมันจะกะพริบเพื่อกระซิบเรื่องราวบางอย่าง เรื่องราวที่อยู่ในนั้น 

ฉันนึกถึงค่ำคืนหน้าร้อนบนเขาแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ที่ฉันกับเพื่อนและรุ่นพี่รุ่นน้องพากันหอบหิ้วเสื่อสาดไปนอนชมดาวตรงชายป่า นอนบนเสื่อที่วางปูกับพื้นดินกำซาบกลิ่นกายของแม่ธรณี แวดล้อมด้วยแมกไม้รายเรียงสลับสล้าง เงาไม้อันเกิดจากแสงจันทร์นวลวูบไหวบ้างเป็นบางครั้งบางคราว หรีดหริ่งเรไรสดับขับกล่อมซึ่งบทเพลงอันเพราะพริ้งอย่างเป็นธรรมชาติ แสงสีเสียงทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ล้วนช่วยกันประสานสร้างความอภิรมย์ใจเป็นอย่างยิ่ง และเป็นฉันเองที่มักจะเป็นผู้เริ่มต้นเล่านิทานอันเกี่ยวกับดวงดาว เรื่องราวที่เกี่ยวกับจุดแสงยิบยับบนฟ้านั่น นิทานบางเรื่องเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราจินตนาการได้จากการจ้องมองดูท้องฟ้า หรือดวงดาวอาจจะมองเราตอบแล้วบอกขานตำนานของพวกมันให้พวกเขาเล่าสืบต่อ แล้วฉันเองก็เล่ามัน เล่าโดยที่เสี้ยวหนึ่งในใจก็หวังอยากให้มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ทว่าไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่ เมื่อเราได้มองท้องฟ้ายามค่ำคืน ก็เปรียบเสมือนเราได้นั่งชมเรื่องราวอันยิ่งใหญ่และหลากหลายที่บังเกิดขึ้นในจักรวาลไพศาลนี้ เมื่อมองจากโลก ชีวิตมากมายในจักรวาลเกิดและตายอย่างวาบแสงวิบวับนั้น และเมื่อมองจากดาวอื่น โลกก็คงเป็นเป็นแสงเล็กๆ จุดเล็กๆ ชีวิตบนโลกก็เกิดดับเวียนว่ายอย่างวาบแสงเหล่านั้นเช่นกัน เมื่อมองฟ้า ฟ้าก็มองเราอยู่เช่นกัน เมื่อเราจ้องมองดวงดาว ดวงดาวก็จ้องมองเราตอบเช่นกัน ฉันสบตากับดวงดาว นึกอยากพูดคุยกับมัน ฉันกระซิบเพรียกหาอย่างเงียบงันภายในใจ หวังให้มันช่วยเหลือฉันในสิ่งที่ฉันไม่อาจทำได้ ช่วยเหลือฉันในสิ่งที่โดยแก่นแล้วไม่ได้เป็นไปเพื่อตัวของฉันเอง...

ดาวทอแสงมองเห็นเป็นเส้นสาย
ยิบวิบวับวาบวูบไหวประกายพร่าง
จันทร์นวลผ่องซ่อนในเมฆยิ้มเลือนราง
ฉันจ้องพลางสดับเสียงหรีดเรไร

ดาวกะพริบยิบตาเหมือนบอกเล่า
ขานเรื่องราวแห่งอดีตชวนพิศมัย
กระซิบผ่านอย่างเงียบงันมาแต่ไกล
เข้าสู่ใจเพียงแผ่วเบาเคล้านุ่มนวล

ฉันได้ยินจึงกระซิบคำถามตอบ
ฉันจะมอบรักผ่านดาวได้ไหม
มอบให้ถึงใจเธอที่แสนไกล
ส่งจดหมายไร้ผู้ส่งถึงมือเธอ

ฉันจ้องรอดวงดาวนิ่งเนิ่นนาน
เสียงเล่าขานค่อยค่อยเงียบเชียบเชือนช้า
จนเดือนดับดาราลับตะวันมา
คำตอบยังคงค้างคาอยู่ต่อไป

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดีใจจังครับ มีคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน
รู้สึกเหมือนเจอคนในครอบครัว ^^
สวัสดีปีใหม่ไทยนะครับขันน้ำ ขันน้ำ
แอดไว้เช่นกัน