เพลงขลุ่ยในฝัน : การเดินทางของชีวิต
posted on 23 Apr 2008 20:33 by seta-brahms in The-Reader
“...ถ้าอย่างนั้น ชีวิตก็ไม่ใช่สิ่งสูงสุดหรือสิ่งที่ดีที่สุด...แต่ความตายเป็นสิ่งที่วิเศษสุด เอาละ พระราชาผู้จมอยู่กับความเศร้า ผมขอร้องคุณ โปรดขับเพลงแห่งความตายให้ผมฟังทีเถิด...”
ตอนหนึ่งจากเรื่องสั้น ‘เพลงขลุ่ยในฝัน’ (Flute Dream)
ถ้าหาก ‘ชีวิต’ คือ ‘การเดินทาง’ จริงๆ แล้วล่ะก็ รวมเรื่องสั้นชุด ‘Strange News from Another Star and Other Stories’ ของ แฮร์มันน์ เฮสเส (ใช้ชื่อหนังสือในภาษาไทยว่า ‘เพลงขลุ่ยในฝัน’ แปลโดย ‘สดใส’) ก็คงจะเป็นวรรณกรรมที่บรรยายภาพชีวิตได้อย่างเยี่ยมยอดและแยบยล
จุดร่วมของเรื่องสั้นทั้ง ๘ เรื่องในหนังสือเล่มนี้คือเรื่องเกี่ยวกับ ‘การเดินทาง’
เป็นการเดินทางในทุกๆ ความหมาย ทั้งการเดินทางเพียงเปลี่ยนสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง หรือการเดินทางผ่านกาลเวลาด้วยชีวิตที่มีอยู่ของตัวละคร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในความหมายไหน เวลาที่ตัวละครใดตัวละครหนึ่งเดินทาง เขาจะได้เรียนรู้ ‘ชีวิต’ เสมอ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ได้ค้นพบสัจธรรม
ตัวละครหลายตัวเริ่มต้นชีวิตด้วยความไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก มองโลกในแง่ดี ไม่เข้าใจความโศกเศร้าและความโหดร้ายของโลก (ซึ่งก็สะท้อนธรรมชาติของหลายๆ ชีวิต) แล้วหลังจากผ่านการเดินทางผ่านทั้งเวลาและสถานที่ พวกเขาจึงได้รับรู้ด้านมืดของโลกและชีวิต เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้มีเพียงความสุข และมักลงเอยที่การเรียนรู้ว่าปลายทางของชีวิตคือ ‘ความตาย’
การเดินทางผ่านชีวิตที่ยาวนานอย่างชีวิตของ ‘ออกุสตุส’ ผู้ซึ่งไม่รู้ว่าได้รับพรหรือต้องคำสาปให้เขากลายเป็นคนที่ทุกๆ คนรุมรัก ทำให้เขาเติบโตมาโดยไม่เคยเห็นค่าของความรักหรือเรียนรู้ที่จะมอบความรักให้แก่ใครเลย หรืออย่างชายหนุ่มผู้กลายเป็นขุนเขาแห่ง ‘ฟัลดุม’ ที่ตั้งตระหง่านนิ่งนานผ่านกาลเวลาจนกระทั่งเรียนรู้ความว้าเหว่ ความโหยหาอดีต และความทรมานจากอดีตที่เลือนรางห่างหาย หรืออย่างกวี ‘ฮั่น ฟุก’ ผู้ซึ่งใช้เวลาทั้งชีวิตออกเดินทางไปร่ำเรียนวิชาในป่าใหญ่เพียงเพื่อที่จะค้นพบความเดียวดาย
การเดินทางในเรื่องสั้นหลายเรื่องนั้นเป็นการเดินทางที่แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม อย่างใน ‘เพลงขลุ่ยในฝัน’ ที่หนุ่มน้อยนักขลุ่ยผู้เข้าใจเพียงเพลงหวานซึ้งได้มาพบปะกับบทเพลงแห่งความโศกเศร้า หรืออย่างใน ‘ข่าวประหลาดจากต่างดาว’ ที่ชายหนุ่มผู้อยู่ในแผ่นดินที่คุ้นชินกับความสงบสุขต้องเดินทางไปยังต่างดินแดนและได้เห็นความโหดร้ายของสงครามซึ่งเสมือนเป็นอีกด้านหนึ่งของโลกที่ตนไม่เข้าใจ
การเดินทางใน ‘ ทางลำบาก’ บรรยายบรรยากาศและอารมณ์ของการเดินทางได้อย่างวิเศษแท้จริง และเป็นการเดินทางที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด ทว่าปลายทางที่คนทั้งสองกำลังมุ่งไปหานั้นอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ อย่างที่ทุกคนคาดคิด
จุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่ปรากฏอยู่บ่อยๆ และปรากฏอยู่เกือบทุกเรื่องในหนังสือเล่มนี้คือ ‘ดนตรี’ และ ‘ผู้วิเศษ’
ผู้วิเศษในที่นี้หมายถึงตัวละครที่โผล่ออกมาทั้งอย่างปรากฏอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ชัดเจนหรือทั้งแบบแอบๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ดูจะเป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่เฮสเสต้องการจะสื่อสารกับผู้อ่านเกี่ยวกับชีวิตที่ต้องเดินทางไปจนถึงจุดหมาย
ไม่ว่าผู้อ่านจะตีความหมายหรือวิเคราะห์เรื่องราวเหล่านี้เช่นไร ที่แน่ๆ ผู้อ่านคงจะสามารถมองเห็นความเป็นไปของชีวิตและได้ขยายโลกทัศน์เกี่ยวกับชีวิตได้มากขึ้นโดยแท้
“...ออกุสตุสรู้สึกฉงน แต่ละวันความทุกข์เกิดขึ้นในโลกมากเหลือเกิน แต่ผู้คนก็ยังยินดี มีความสุขอยู่ได้ ออกุสตุสซึ้งใจเมื่อได้รับรู้ถึงความวิเศษยิ่งใหญ่ ได้พบว่าถัดจากความโศกเศร้า เสียงหัวเราะจะตามมา ถัดจากเสียงระฆังย่ำพิธีศพ เสียงเพลงกล่อมเด็กจะแว่วกังวาน เมื่อมีความตะกละหยาบคายก็ย่อมมีการให้เกียรติ มีเรื่องขำขัน คำปลอบประโลม การให้กำลังใจและรอยยิ้ม...”
ตอนหนึ่งจากเรื่องสั้น ‘ออกุสตุส’ (Augustus)
ไม่แน่ใจว่าที่หอสมุดจะมีรึเปล่านี่สิ
(ต้องมีเซ่ะ)
.
ชอบประโยคเริ่มเอนทรี่จังเลย
ความตายเป็นสิ่งที่วิเศษสุด
หมายถึงการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลาย
ใช่รึเปล่าครับ????
#1 By ~*๐บุษบาไร้พ่าย๐*~ 花 on 2008-04-23 22:19