เดอะ รีดเดอร์ : ยั่วยุอย่างแยบยล
posted on 26 Apr 2008 18:35 by seta-brahms in The-Reader
“เมื่อเราเปิดเผยตัวเรา
คุณเผยต่อฉัน ฉันเผยต่อคุณ
เมื่อเราต่างหลอมรวมเข้าด้วยกัน
คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฉัน
และฉันกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ
เมื่อนั้นเองที่ฉันเริ่มรู้จักฉัน
และคุณเริ่มรู้จักตัวเอง”
ผมไม่แน่ใจว่าจะให้นิยามว่า ‘เดอะ รีดเดอร์’ (Der Vorleser) เป็นนิยายประเภทไหนดี
เดอะ รีดเดอร์ แบ่งออกเป็นสามภาคในเล่ม
ภาคแรก ไมเคิล แบร์ก อายุ 16 ปี ได้พบกับ ฮันนา ชมิตซ์ อายุ 36 ปี จากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็ได้มีสัมพันธ์สวาทกัน ในภาคแรกนี้นิยายมีลักษณะเป็นอีโรติกที่ละเมียดละไมและลึกซึ้ง ขั้นตอนก่อนร่วมหลับนอนกันนั้น ฮันนาค่อยๆ จัดระบบระเบียบขั้นตอนพิธีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ การปรุงกลิ่นกาย และที่สำคัญคือ เด็กหนุ่มจะต้อง ‘อ่านหนังสือ’ จำพวกวรรณคดีคลาสสิกทั้งหลายให้เจ้าหล่อนฟังก่อนร่วมรักกัน
ภาคที่สอง เป็นตอนที่พระเอกโตเป็นหนุ่มนักศึกษาแล้ว ได้เข้าร่วมฟังการตัดสินคดีค่ายกักกันเอาชวิตซ์ อาจเป็นเพราะว่าผู้เขียนเองก็เป็นผู้พิพากษา ดังนั้นจึงสามารถบรรยายการต่อสู้กันระหว่างบุคคลฝ่ายต่างๆ ในศาลได้อย่างมีชั้นเชิง ดุเดือดด้วยถ้อยวาที และน่าตื่นเต้นติดตาม แล้วในที่สุด ไมเคิล แบร์ก ก็ได้พบความจริงอันน่าแปลกใจและได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างของฮันนา ชมิตซ์
ภาคที่สาม ด้วยชีวิตที่ไร้ฮันนา เขาก็ใช้ชีวิตที่เหลือของเขาไปอย่างเรื่อยเปื่อย เมื่อเขาได้มีโอกาสติดต่อฮันนาอีก เขาทำเพียงส่งเทปที่อัดเสียงของเขาขณะอ่านวรรณกรรมชิ้นสำคัญของโลกทั้งหลายลงไป และส่งไปให้เธอ เพียงเท่านั้น
เดอะ รีดเดอร์ ได้เปิดประเด็นวิวาทะด้านศีลธรรม ตั้งคำถามถึงปัญหาชีวิตคู่ และเปิดโปงปมจิตวิทยาของมนุษย์ได้อย่างถึงแก่น
“ทำไม ทำไมหนอสิ่งสวยงามในชีวิตจึงต้องปิดฉากลงอย่างรวดเร็ว หรือเพียงเพราะมันมีความจริงอันลึกลับดำมืดซ่อนอยู่? ทำไมหนอ ความทรงจำดีงามในชีวิตคู่ของใครต่อใครต้องเปลี่ยนเป็นเรื่องเศร้า เพียงเพราะคู่ของเราไปมีคนอื่นอีก เราไม่อาจมีสุขได้ในสถานการณ์แบบนั้นหรือ? ทั้งที่ความจริงเราก็มีความสุขไปแล้ว น่าแปลกที่บางครั้งความสุขความทรงจำแสนดีไม่อาจคงอยู่ตลอดไป เพียงเพราะมันจบลงด้วยความทุกข์ ถ้าจะให้ความสุขนั้นคงอยู่ตลอดไป ก็ต้องให้เรื่องนั้นจบลงอย่างมีความสุขด้วยหรือ? เหตุผลคือเรื่องราวต่างๆ มักจบลงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ถ้ามันมีความรวดร้าวแฝงอยู่ โดยจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ว่าแต่อะไรเล่าคือความเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัว? เป็นอย่างเดียวกันกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริง แต่เราไม่ได้ใส่ใจจดจำใช่ไหม?”
ผู้เขียนได้แบ่งเรื่องออกเป็นบทสั้นๆ เมื่ออ่านจบบทหนึ่งก็อยากอ่านต่อไปอีกบททันที นอกจากนั้น ฉากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากอีโรติก ฉากการต่อสู้ด้วยวาจาในศาล ฉากอดีตอันเจ็บปวดรุนแรง หรือฉากการต่อสู้กับชีวิตของตัวละคร ล้วนมีพลังล้นออกมาอย่างเหลือเฟือ ชวนติดตามและยังสอดแทรกข้อชวนคิดมากมาย
อย่างน้อย นิยายเล่มนี้ก็อาจจะทำให้เราได้สามารถมองเห็นความรุนแรงที่เรากระทำต่อคนอื่นโดยไม่รู้ตัวมากขึ้นก็เป็นได้
ลองอ่านดูเถิดครับ แล้วจะรู้ว่าความแยบยลอย่างมีชั้นเชิง เป็นยังไง
ชอบค่ะ เป็นอะไรที่ได้กลิ่นเหมือนคำพิพากษามาหน่อยๆ
#1 By プリンセス on 2008-04-27 00:30