Theater-of-the-Absurd

 

Garnet and Zidane embrace at the end of the game

  

ย่างโดดเดี่ยวเที่ยวค้นในหม่นมิด
ร่องรอยรักสลักจิตเคยชิดใกล้
ต่อเศษหักถักทอประสานใย
ฟื้นทำนองที่สูญไปจากใจฉัน

บนทางเราที่พวกเขาได้ก้าวผ่าน
เราพบพานเราสานมิตรไม่คิดหวั่น
เราหัวเราะเราร้องไห้ใกล้ๆ กัน
จนถึงวันต้องลาจากพรากกันไป

แล้วใครเล่าจะยินเสียงแห่งเรื่องราว
ที่ใครเล่าจะบอกกล่าวเอ่ยเอื้อนไว้
ปล่อยให้เสียงก้องกราวราวเลือนไป
แล้วสุดท้ายจึงเผยผายคลายออกมา

ในผลึกความทรงจำอันล้ำลึก
สะท้อนภาพคำนึงนึกไม่เลือนพร่า
ถึงสัมผัสมือเธอที่ยื่นมา
แม้ร้างลาฉันเชื่อว่าเธอจำมั่น

เสนาะเสียงอดีตกาลอันผ่านเลย
ยังเอื้อนเอ่ยท่วงทำนองปรองเธอและฉัน
ร่างแนบใจกายอิงจิตชิดสัมพันธ์
นานนิรันดร์ราวฟากฟ้านภาไกล

  

องเบื้องนอกมวลวิหคยังผกผิน
คล้ายโบยบินล้อหลอกหยอกปุยไหม
จึงนึกปล่อยความทรงจำติดปีกไป
แล้วรอคอยดูวันใหม่ที่กรายมา

ในผลึกความทรงจำอันสุกใส
จำได้ไหม? เราเคยรักเคยห่วงหา
นี่คงเป็นโชคลิขิตชะตาฟ้า
ที่สาปมาให้เรารักแล้วพรากกัน

เสนาะเสียงอดีตกาลอันผ่านเลย
ยังเอื้อนเอ่ยท่วงทำนองปรองเธอและฉัน
ร่างแนบใจกายอิงจิตชิดสัมพันธ์
นานนิรันดร์ราวฟากฟ้านภาไกล

หากถึงคราฉันลาโลกไว้เบื้องหลัง
รู้เธอยังจำเพลงของสองเราได้
อนาคตจะอีกไกลแสนไกล
ท่วงทำนองยังฝังใจไม่เคยจาง

โอ้…ท่วงทำนองแห่งชีวิต
วิ่งเวียนวนโอบดวงจิตตรึงติดร่าง
คล้ายส่องแสงประทับฟ้าไม่เลือนลาง
อย่างหมู่ดาวพราวพร่างนิจนิรันดร์

     


  ---------------------------------------------------------------

Note  โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่ายังเขียนงานชิ้นนี้ออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก (รวมทั้งยังแปลและเรียบเรียงเนื้อความได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย) แต่ก็เอามาโพสต์ไว้ ใครชอบไม่ชอบอย่างไรติชมได้ขอรับ ^ ^ (แบบว่าสุดความสามารถแล้วน่ะ...) 

 

อัศวิน - หญิงสาว

posted on 11 May 2008 12:34 by seta-brahms  in Theater-of-the-Absurd

อัศวินผู้หนึ่งขี่ม้าผ่านหมู่บ้านที่เพิ่งผ่านสงคราม                                                                                             

สตรีนางหนึ่งนอนทุรนทุรายอยู่ 

อัศวินลงจากหลังม้า 
“เจ็บมากไหมท่าน ?” 

“เจ็บมาก...” 
นางตอบ 

 

อัศวินขึ้นบนหลังม้า และเดินทางต่อไป

 (2-IV-06)